30 พฤศจิกายน 2564 ขนย้ายแรดขาว 30 ตัวเหินฟ้าไปอยู่ป่า อลังการสุดในโลก

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6757936

การขนส่งแรดขาว 30 ตัวบินข้ามคืนจากแอฟริกาใต้ไปประเทศรวันดา เป็นภารกิจขนย้ายแรดครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ลูกเรือต้องทำให้แรดทุกตัวอยู่ในอาการสงบ และไม่ให้สัตว์ป่าหนัก 1.5 ตันเกิดโมโหบนเครื่องบินโบอิ้ง 747 เจส กรูเนอร์ เจ้าหน้าที่องค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าแอฟริกัน พาร์กส์ กล่าวว่า แรดทุกตัวได้รับยาทำให้สงบ และไม่ก้าวร้าว หรือพยายามพังกรงออกมาระหว่างการขนย้าย แต่ยาไม่ได้ทำให้สลบ เพราะไม่ต้องการให้พวกมันล้มทั้งตัว เนื่องจากไม่ดีต่อกระดูกอก แรดได้รับยาเพียงบางส่วน แรดจึงยืน และเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติโดยสงบ และทรงตัวได้มั่นคง แรด 30 ตัวเดินทางถึงบ้านใหม่ที่อุทยานแห่งชาติอาคาเกราทางตะวันออกของประเทศรวันดา ท่ามกลางความหวังว่า อาคาเกราจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ และเป็นถิ่นที่อยู่ในระยะยาว

ปัจจุบันคาดว่า มีแรดประมาณ 18,000 ตัวทั่วทวีปแอฟริกา องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCNจัดให้แรดขาวอยู่ในประเภทใกล้ถูกคุกคาม เพราะจำนวนลดลงอย่างมาก เนื่องจากถูกล่าเอานอ กรูเนอร์กล่าวว่า อยากให้แรดขาวกระจายอยู่ทั่วไปในทวีปแอฟริกาซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ปลอดภัย และไม่จำเป็นว่า พวกมันเคยอยู่ที่ไหน แต่ควรคำนึงว่าหากประเทศใดบังคับใช้กฎหมายค้าสัตว์ป่าไม่ได้ แรดขาวและแรดอื่น ๆ อาจสูญพันธุ์ ดังนั้น จึงต้องทำทุกวิถีทางให้แรดอยู่รอด แรดขาวต่างจากแรดดำที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ส่วนแรดขาวเพิ่งมาอยู่ในประเทศรวันดา โดยเริ่มจากแรดขาว 30 ตัว แต่จะเพิ่มจำนวนขึ้น เพราะอาคาเกราจะเป็นบ้านสำหรับแรด 500-1,000 ตัวในอนาคต เหมือนกับธนาคารสัตว์ ซึ่งจะรักษาสัตว์ให้อยู่รอดปลอดภัยในอนาคต เมื่อเพิ่มจำนวนประชากรแรดในอาคาเกราได้

แรดทั้งหมดแบ่งเป็นเพศเมีย 19 ตัว เพศผู้ 11 ตัว มีทั้งโตเต็มวัย และยังไม่โตเต็มวัยจากสถานที่ให้นักท่องเที่ยวขับรถตามหาสัตว์ป่าขนาดใหญ่ในแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติมุนยาวานา และขึ้นเครื่องบินจากเมืองเดอร์บันไปยังกรุงคากาลิของประเทศรวันดา

จากนั้น ขนส่งทางรถไปอุทยานแห่งชาติอาคาเกรา รวมระยะเวลาเดินทาง 40 ชม. ระยะทางกว่า 3,400 กม. ซึ่งเป็นการขนย้ายแรดครั้งใหญ่ที่ต้องเดินหน้าต่อไป แม้ว่าโควิดสายพันธุ์ใหม่เพิ่งจะเริ่มระบาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรูเนอร์กล่าวว่า การขนย้ายครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ย้ายสัตว์จากป่าสู่ป่า ต้องเช่าเหมาลำเครื่องบินเพื่อขนย้ายสัตว์น้ำหนักกว่า 60 ตัน ต้องหากรง และอาหาร รวมทั้งติดต่อด้านขนส่งรวมเวลาดำเนินงานต่าง ๆ 6 เดือน แต่ใช้เวลาเตรียมงานอย่างน้อย 3 ปี ก่อนออกจากแอฟริกาใต้ ต้องกักแรดไว้ 2 เดือน และเป็นการเดินทางที่นานที่สุดเท่าที่เคยมีมา และจะเป็นมาตรฐานสำหรับการอนุรักษ์แรดขาวต่อไป กรูเนอร์กล่าวว่าสิ่งคำคัญที่สุด คือ การรักษาความปลอดภัยจึงไม่เปิดเผยว่า
กักตัวแรดขาวที่ไหนในแอฟริกาใต้ และต้องตัดนอ เพื่อไม่ให้ล่อตาล่อใจนายพรานนักล่า และเพื่อความปลอดภัยของสัตว์ระหว่างเดินทางในแอฟริกาใต้ และรวันดาซึ่งรัฐบาลส่งตำรวจมาอารักขาให้ตลอดทาง

นอกจากนี้ จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งการเฝ้าระวัง ขณะที่ต้องให้ประเทศอื่น ๆ และองค์กรพัฒนาเอกชนเห็นว่าทำได้อย่างไร หากทำได้ถูกต้อง ทำให้มีความหวังต่ออนาคตของแรดขาวโครงการนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างแอฟริกัน พาร์คส์ คณะกรรมการพัฒนารวันดาและบริษัทซาฟารีแอนด์บียอนด์โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิโฮเวิร์ด จี บัฟเฟตต์ อาคาเกราบริหารงานโดยแอฟริกัน พาร์คส์ และคณะกรรมการพัฒนารวันดาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งได้รับเลือกเพื่ออนุรักษ์แรดขาว เพราะรัฐบาลรวันดาแสดงให้เห็นว่า อนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างจริงจังในช่วง 15-20 ปีมานี้ ที่ผ่านมา มีการนำแรดดำมาอยู่ในอาคาเกรา 18 ตัวในปี 2560 และอีก 5 ตัวนำมาจากสวนสัตว์ในยุโรปซึ่งทุกตัวปลอดภัยดี นับตั้งแต่นั้นมา ไม่มีการล่าแรดและประชากรแรดเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการดีสำหรับแรดขาว

ลิส นาฮิริเว ผู้จัดการอุทยานอาคาเกรากล่าวว่า ผูกพันกับสถานที่แห่งนี้มาตั้งแต่ยังหนุ่ม ครอบครัวมักมาตั้งแคมป์ในป่าเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว ขณะนั้น อาคาเกราเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีสิงโตกว่า 300 ตัว แต่อาคาเกราเปลี่ยนไปเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน เพราะผู้อพยพหนีตายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และความเจ็บปวด ปัจจุบันอาคาเกรามีให้สัตว์ป่าเพิ่มจำนวนขึ้น ก่อนเกิดโควิด-19 ระบาด อุทยานมีรายได้จากการท่องเที่ยวร้อยละ 90 ส่วนแรดขาวที่เพิ่งมาถึงจะเป็นความภาคภูมิใจของเรา และรวันดาที่พิทักษ์แรดขาวให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต กรูเนอร์กล่าวว่า จะรอสักวันหนึ่งที่เกิดลูกแรดขาวในรวันดา และเป็นแรดขาวรุ่นแรกในประเทศรวันดา แรดขาวจะเพิ่มจำนวนเป็นทวีคูณซึ่งจะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม